บทความนี้ไม่ได้หมายความว่า การทำประกันไม่ดีนะครับ แต่ประกันบางอย่างก็ดีบ้างแล้วแต่ความต้องการของเรา เช่น เราอาจขับรถไม่แข็ง ก็ทำประกันรถยนต์ ดูว่าซ่อมศูนย์ หรือซ่อมอู่ วงเงินเท่าไหร่ เพราะถ้าขับไม่เก่ง แล้วโอกาสชนมีสูง ก็น่าจะทำประกันชั้นหนึ่ง เพราะถ้าเกิดชนขึ้นมาแล้ว มาซ่อมเองอาจไม่คุ้มกับที่เสียเงินซื้อประกัน หรืออย่างถ้าเราอายุเยอะแล้ว มีความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ เราก็อาจเลือกทำประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง แต่มี ประกัน อยู่อย่างนึงที่ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วย ในแง่ของคนซื้อ เพราะคิดว่ามันเป็นการเสียเปรียบ เพราะว่ามันเหมือนจะดูดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงตอนนั้น อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด นั่นก็คือ การประกันเงินออม
การประกันเงินออม ก็คือเหมือนกับเราเอาเงินฝาก bank แต่มีเงื่อนไขว่า เราจะต้องฝากไปเป็นเวลากี่ปี โดยที่เราไม่สามารถถอนได้เหมือนธนาคาร แต่อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าเราเอาเงินไปฝากประจำ บางที่ก็ประกันเงินออมกันที 10 ปี 20 ปี โดยเขาจะให้เหตุผลว่า เมื่อถึงเวลาอีก 10 หรือ 20 ปี เราก็จะมีเงินเก็บเป็นแสนเป็นล้าน แล้วแต่ว่าเราจะมีกำลังจ่ายเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้จะลงลึกถึงรายละเอียด ว่าเขามีเงื่อนไขกันยังไง ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เงินคืนยังไง เพราะนั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นของเราก็คือ ประกันเงินออม มันดีแล้วหรือสำหรับเรา
จะให้ลองคิดง่ายๆ ถ้าเราต้องจ่ายเงินทุกปีๆละ 10,000 บาท ทำประกันเงินออม 10 ปี ก็จะมีเงินประมาณ แสนนิดๆ ทำ 20 ปี ก็ได้ 2 แสนนิดๆ แต่ที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือ เงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น น้ำมันก็ขึ้นเกือบทุกวัน ค่าเงินนั้นก็จะมีค่าน้อยลง ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เงินแสนนึง ณ.ปัจจุบัน อาจดูว่ามาก แต่เมื่อไปอีก 10 ปี อาจมีค่าแค่ 50,000 ในปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งดอกเบี้ยที่ให้เรายังไม่คุ้มเลย และอีกเรื่องก็คือ ถ้าหากบริษัทนั้นเกิดเจ๊งล่ะ เราจะไปเอาเงินกับใคร อย่าไปคิดว่าเป็นบริษัทใหญ่แล้วจะเจ๊งไม่ได้ เพราะมีประวัติมาแล้วหลายบริษัท เช่น เอนรอนของสหรัฐ
ก็อยากให้ลองคิดดูว่า มันมีประโยชน์สำหรับเราหรือเปล่า ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อ เพราะมันจะผูกมัดเราไปอีก 10-20 ปีเลย เพราะคนขายประกัน เขาไม่สนใจเราหรอก จะสนเราก็ตอนที่เรายังไม่ได้ซื้อเท่านั้น
ads
วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)