มีหลายบทความที่เคยลงเกี่ยวกับการเป็นพนักงานและเจ้าของกิจการ ว่า ส่วนใหญ่นั้นคนที่เรียนสูง เรียนเก่งนั้น ส่วนใหญ่ที่เรียนไปนั้นก็คิดว่า อยากได้งานที่ดี เงินเดือนที่สูง ถึงได้ต้องเรียนสูงเข้าไว้ ก็จะแสดงให้เห็นว่า คนพวกนี้ตั้งแต่เรียนก็มีความคิดว่าไม่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการอยู่แล้ว พอเรียนจบก็หางานทำทันที พอทำงานไปก็จะเป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่ต้องคอยรับฟังคำสั่งจากหัวหน้า และก็ทำไปวันๆ จนไม่มีเวลาไปศึกษาอย่างอื่นเพิ่มเติม หรือมีเวลาที่จะคิด และเมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็จะเกิดความพึงพอใจในงาน ในเงินเดือน และไม่มีความกล้าพอที่จะออกมาทำอะไรเอง เพราะรู้อยู่แค่สิ่งที่เรียนหรือทำงานมา (เพราะไม่มีเวลาไปศึกษาเพิ่ม) ก็จะเป็นพนักงานไป
ส่วนคนที่เรียนไม่เก่ง ตอนเรียนก็เกเร หรือบางคนไม่ได้เรียน แต่ปรากฏว่าเขากลับได้เป็นเจ้าของกิจการ (คำว่าเจ้าของกิจการมีหลายแบบ เป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็ได้ เป็นเจ้าของบริษัทก็ได้) เพราะด้วยเหตุผลที่เขาไม่มีวุฒิหรือวุฒิไม่สูง ทำให้เขาไม่สามารถหรือไม่คิดที่จะเอาวุฒิไปสมัครงาน เพราะเอาไปสมัครก็คงไม่มีใครรับ เสียเวลา จึงต้องหาทางออกด้วยการเป็นเจ้าของกิจการ บางคนก็ทำแล้วดี บางคนทำแล้วเจ๊งก็มี บางคนทำตอนแรกดีแล้วตอนหลังเจ๊งก็มี เพราะการเป็นเจ้าของกิจการนั้นมีความเสี่ยง
สำหรับในหมู่พนักงานก็อาจจะมีความรู้สึกว่า รู้งี้ไ่ม่น่าเรียนเก่งเลย จะได้เป็นเจ้าของกิจการ และในหมู่ของเจ้าของกิจการก็อาจจะคิดว่า รู้งี้เรียนเก่งดีกว่า จะได้ไม่ต้องรู้สึกกดดันและแบกรับความเสี่ยง (ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีด้วย)
แต่สำหรับผมถ้าจะถามว่าการเป็นพนักงานหรือเ้จ้าของกิจการอย่างไหนดีกว่ากัน อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ความสำเร็จสูงสุดของแต่ละคน เช่นหากคุณเป็นพนักงานและสามารถทำงานในสายงานทีุ่คุณทำได้ดี จนประสบความสำเร็จเป็นถึง ผู้จัดการ ceo cfo พวกนี้เงินเดือนเยอะ และโบนัสก็เยอะด้วย อีกทั้งยังสามารถซื้อหุ้นของบริษัทได้อีกด้วย บางที่รวมเงินเดือน,โบนัส,หุ้น ก็ได้หลายล้านต่อเดือนเลยด้วย มากกว่าคนที่เป็นเจ้าของกิจการเล็กๆหลายขุมเลย แต่กว่าจะไปถึงเวลานั้นก็อาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเลย และบางคนเป็นถึงผู้จัดการตอนอายุเลยหลักสี่แล้ว พออยู่ดีๆบริษัทขายให้คนอื่นหรือล้มละลาย พอไปสมัครที่อื่นก็ไม่มีใครเอาก็มี เพราะส่วนใหญ่เขาจะรับไม่เกิน 35 ยกเว้นเป็นตำแหน่งที่ต้องการประสบการณ์สูง เพราะฉะนั้นก็ตอบไม่ได้ว่าอย่างไหนจะดีกว่า แต่สิ่งที่ตอบได้คือ รักในสิ่งที่ตัวเองต้องการทำนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น